โตโก สุนัขลากเลื่อนผู้ช่วยชีวิตเด็กคอตีบ ข่าวดัง 

โตโก สุนัขลากเลื่อนผู้ช่วยชีวิตเด็กคอตีบ ข่าวดัง 

บิล-แชนนอน-และ-โตโก สุนัขลากเลื่อน

      บนโลกใบนี้มีเรื่องราวสุดประทับใจของสัตว์เลี้ยงกับมนุษย์มากมายที่เกิดขึ้น และได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันกับชื่อ โตโก สุนัขลากเลื่อนที่ฝ่ามรสุมพายุเผชิญหน้ากบความตายพร้อมด้วยเจ้านายเพื่อนำส่งวัคซีนช่วยชีวิตเด็กนับสิบให้รอดพ้นจากความตาย โดยเรื่องราวนี้เป็นข่าวดังในช่วงศตวรรษที่ 20 กับความกล้าหาญของชายลากเลื่อนและสุนัขของเขา

      เรื่องราวสุดประทับใจนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรียกน้ำตาให้กับผู้เมื่อปี 2019 เรื่อง Togo เจ้าโตโกเป็นหมาพันธ์ทางไซบีเรียนฮัสกี้ เป็นหมาที่มีความซนและฉลาดตั้งแต่เด็ก แชนนอนเจ้านายโตโกยอมรับว่าเคยยกโตโกในวัยเด็กให้คนอื่นถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะหนีออกมาและวิ่งกลับบ้านทุกครั้ง รวมถึงในทุกเช้าที่เข้าอกไปฝึกหมาใหญ่ เจ้าโตโกที่เด็กกว่าก็จะหาทางหนีออกจากกรงเพื่อวิ่งตามมาด้วยทุกครั้ง แชนนอนจึงได้ลองให้โอกาสโตโกได้ลากเลื่อน โดยเริ่มจากลำดับท้ายสุด แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อหมาจิ๋วตัวนี้สามารถวิ่งได้เร็วกว่าหมาใหญ่ทุกตัว เขาจึงได้ให้มันขึ้นนำจ่าฝูงตั้งแต่ยังน้อย นาทีนี้เองเขาจึงได้พบกับคำตอบสุดมหัศจรรย์ว่าเจ้าโตโกไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นหมาลากเลื่อน แต่เกิดมาเพื่อเป็นมานำ 

บิล-แชนนอน-และ-โตโก สุนัขลากเลื่อน

(ภาพถ่ายจริงของ บิล แชนนอน และ โตโก)

ข่าวย้อนเวลา ค.ศ.1925 โรคคอตีบระบาด 

      บนดินแดนอลาสก้า เมืองหลวงโนม ที่เป็นที่อยู่ของโตโก เป็นเวลาหลายปีที่โตโกวิ่งทำงานและแข่งขันจนอายุได้ 15 ปี นับว่าเริ่มมีอายุมากแล้ว แต่แล้วเมืองนี้ก็เกิดวิกฤตโรคระบาด นายแพทย์ประจำเมืองได้ส่งจดหมายขอเซรัมไปก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายเดือน วันที่ 22 มกราคม นายแพทย์จึงส่งหนังสือย้ำให้สงเซรัมมาโดยด่วน แต่เรือไม่สามารถเข้ามาได้เพราะทะเลโดยรอบเป็นน้ำแข็ง ชาวเมืองจึงหารือกันและมีทางเดียวที่จะไปเอาเซรัมมาได้ก็คือต้องใช้หมาลากเลื่อน และหมาที่เร็วและเก่งที่สุดก็คือโตโกจากทีมหมาของแชนนอน 

      ทว่า ระยะทางที่จะไปรับเซรัมนั้นหากออกไปถึง 1,085 กิโลเมตร ซ้ำร้ายสภาพอากาศก็แย่ลงเรื่อย ๆ แชนนอนตdลงรับปาก เพราะไม่มีคนลากเลื่อนคนไหนที่จะรับหน้าที่นี้ได้อีกแล้ว เขาเริ่มออกเดินทางทันที จนมาถึงยังทะเลที่กลายเป็นน้ำแข็งเขาต้องเลือกว่าจะอ้อมไปไกลและช้าหลายวันหรือวิ่งฝ่าน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกตลอดเวลา และเขาก็เลือกเข้าหาประตูนรก นักข่าวประจำเมืองเขียนเรื่องของหมาลากเลื่อนจนเป็นข่าวดัง และยังเป็นข่าวย้อนเวลาที่ทรงคุณค่าทุกครั้งเมื่อมองย้อนกลับไป และถือได้ว่านี่คือข่าวในตำนานที่ไม่ควรลืม 

บิล-แชนนอน-และ-โตโก สุนัขลากเลื่อน

( บิล แชนนอน และ ฝูงหมาของเขา )

ข่าวดัง หมาลากเลื่อนผู้พิชิตโรคระบาด 

      27 มกราคม แชนนอนมารอรับเซรัมที่สถานีรถไฟเมืองเนนานา และออกเดินทางทันที ด้วยระยะทางที่ไกลขนาดนั้นเขาต้องส่งต่อให้ผลัดสุดท้ายที่เมืองโทโลวา ที่อยู่ใกล้กับเมืองโนม เพื่อที่แชนนอนและหมาจะได้ไม่หนักเกินไป เมื่อเขากับหมามาถึงด้วยสภาพสะบักสะบอม เพื่อบ้านที่จุดพักก็รับเข้ามาช่วยเหลือทั้งคนทั้งหมาทันที โตโกได้รับการพยาบาลเนื่องจากขาที่เจ็บจากหิมะกัด ด้วยอายุที่มากของมัน นักลากเลื่อนเชื่อว่ามันจะตายในอีกไม่ช้า

(ภาพถ่ายจริง เคเซน และ บัลโต สุนัขลากเลื่อนที่รับช่วงต่อสุดท้าย)

บิล-แชนนอน-และ-โตโก สุนัขลากเลื่อน

(ภาพถ่ายจริง เคเซน และ บัลโต สุนัขลากเลื่อนที่รับช่วงต่อสุดท้าย)

      เรื่องหมาลากเลื่อนกลายเป็นข่าวดังเมื่อมันนำเซรัมมาถึงเมืองหลวง ทว่า หมาฝูงที่ถูกถ่ายภาพเป็นข่าว ไม่ใช่โตโกและไม่ใช่ฝูงของแชนนอน แต่เป็น เคเซน และ บัลโต หมาของเขา อย่างไรก็ตามเรื่องราวของโตโกก็ได้รับการเผยแพร่ทีหลัง จากชาวเมืองและคนลาก เป็นข่าวในตำนานที่สร้างความประทับใจไม่น้อย กับเรื่องราวข่าวย้อนเวลาเรื่องนี้ และที่สำคัญโตโกยังคงมีชีวิตอยู่ต่อมาถึง 5 ปี และผลิตลูกได้เป็นจำนวนมาก นักลากเลื่อนจากทั่วโลกต่างมุ่งหน้ามาเพื่อจับจองลูกของโตโก 

 

 

ฝากวอเลทไม่มีขั้นต่ํา