อดีตพระยันตระ จากพระนักเทศน์ชื่อดังสู่เหตุต้องอาบัติเสพเมถุน

อดีตพระยันตระ จากพระนักเทศน์ชื่อดังสู่เหตุต้องอาบัติเสพเมถุน 

จากกรณีข่าวของ “อดีตพระกาโตะ” ผู้ก่อเรื่องอื้อฉาวจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับสีกา จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชี่ยลในขณะนี้ และยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายหรือสิ้นสุดลงง่าย ๆ รู้หรือไม่ว่า เมื่อ 20 กว่าปีก่อนนั้น เคยเกิดเป็นกรณีที่คล้ายกันกับ “อดีตพระยันตระ” พระนักเทศน์ชื่อดัง ซึ่งข่าวฉาวร้ายแรงระดับทำให้ต้อง อาบัติ และต้องหลบหนีนอกประเทศ

อดีตพระยันตระ คือใคร?

อดีตพระยันตระ หรือเดิมชื่อ นาย วินัย ละอองสุวรรณ เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดนเดิมนั้นเข้าสู่ทางธรรมด้วยการบวชเป็นฤาษี กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2517 จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำแทนตัวว่า พระยันตระ หมายถึงผู้ไกลจากกิเลส ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงาม และการเทศน์ที่มากด้วยลีลา ทำให้อดีตพระยันตระกลายเป็นพระที่มีชื่อเสียงในเวลารวดเร็ว เกิดเป็นปรากฎการณ์พุทธศาสนิกชนมากมายเข้ามาทำบุญตักบาตรเพื่อหวังจะได้ฟังเทศนาจากพระรูปนี้ จนวัดแตก และมีชื่อเสียงขจรไกลถึงต่างประเทศ

เรื่องอื้อฉาวที่ทำพระชื่อดังต้อง อาบัติ

ทว่าขณะที่ อดีตพระยันตระ กำลังโด่งดังทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2537 ก็มีสีกากลุ่มหนึ่งเข้ายื่นฟ้องร้องต่อสมเด็จพระสังฆราชฯ และอธิบดีกรมการศาสนาว่า อดีตพระยันตระกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรี ในช่วงที่ออกไปเทศนา ณ ต่างประเทศ กรณีอื้อฉาวมีไปตั้งแต่ การมีเพศสัมพันธ์บนดาดฟ้าเรือ การจับต้องกายสตรีด้วยความกำหนัด และมีถึงการเข้าสถานบริการทางเพศในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

แรกเริ่มยังไม่มีหลักฐานใดชัดเจนพอจะเอาผิดได้ และ อดีตพระยันตระ ยังคงให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหา ต่อมา นาง จันทิมา มายะรังสี ได้นำเด็กหญิงที่กล่าวอ้างว่าเป็นบุตรของ อดีตพระยันตระ และหลักฐานการอยู่กินฉันสามีภรรยา พร้อมการท้าตรวจดีเอ็นเอ ที่กลายเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่ทำให้มหาเถรสมาคมมีมติให้ต้อง อาบัติ และพ้นความเป็นภิกษุ ทว่า อดีตพระยันตระ ปฏิเสธไม่ยอมรับและนุ่งจีวรเขียวแทน ทำให้เกิดฉายา จิ้งเขียว หรือ ยันดะ

ต่อมาเขาได้ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ ณ สหรัฐฯ จากการต้องคดีความต่างๆ และการกดดันอย่างหนักจากสังคม และกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

ถึงต้อง ปาราชิก แต่ยังมีผู้ศรัทธา?

แม้ อดีตพระยันตระ จะกลายเป็นที่ตราหน้าในสังคมว่าเป็นพระ อาบัติ เสพเมถุน และมีคดีความตามกฎหมายจนต้องออกนอกประเทศ ทว่ายังคงมีพุทธศาสนิกชนบางส่วนให้ความนับถือ และเชื่อว่ากรณีทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการใส่ความเท่านั้น 

และในปี พ.ศ.2564 ภายหลังคดีหมดอายุความ 20 ปี อดีตพระยันตระ ได้กลับมายังประเทศไทย โดยการกลับมาครั้งนี้ได้ปรากฎภาพพระภิกษุก้มกราบ อดีตพระที่มากด้วยข่าวฉาวรูปนี้ ทำให้เกิดเป็นประเด็นวิจารณ์บนโลกออนไลน์ และกลายเป็นหนึ่งในคำถามของปัญหาในวงการพุทธศาสนาที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน