ข่าวดัง ปี2544 ระเบิดสนั่น ห้างดัง ย่านสมุทรปราการ

ข่าวดัง ปี2544 ระเบิดสนั่น ห้างดัง ย่านสมุทรปราการ

     ปัจจุบันเราเชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้รับชมภาพยนตร์อยู่หลายเรื่องด้วยกัน ที่มักจะเกี่ยวข้องกับ ข่าวดัง การล่าล้างแค้น ทั้งยิงกันสนั่นเมือง และระเบิดอย่างโหดร้ายในภาพยนตร์ ซึ่งเราต่างก็คิดว่าในความเป็นจริงแล้วจะสามารถทำเช่นได้หรืออย่างไร แต่คุณรู้ไหมว่าเหตูการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์นั้นส่วนใหญ่มักถูกอ้างอิงมาจากเค้าโครงเรื่องจริงด้วยกันทั้งสิ้น และที่สำคัญคือประเทศไทยเองก็เคยผ่านเหตุการณ์เช่นนั้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจากข่าวดังในอดีต

     ข่าวย้อนเวลาจะพาทุกท่านย้อนกลับไปในปี 2544 ปีที่สื่อหลักของไทยยังคงเป็นเพียงหนังสือพิมพ์และวิทยุเป็นการสื่อสารหลักของประเทศ โดยข่าวนี้เป็นเรื่องราวของเหตุอุกฉกรรจ์กับคดีอาชญากรรมสุดยิ่งใหญ่ของปี เกิดขึ้น ณ ห้างค้าปลีกชื่อดังในอดีต  บริเวณถนนศรีนครินทร์ อ.เมืองสมุทรปราการ บริเวณชั้น 2 ของห้าง แผนกขายพรมปูพื้น เป็นการลอบวางระเบิดที่แนบเนียนที่สุด เนื่องจากตัวผู้ก่อเหตุนั้นได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

     ซึ่งเหตุการณ์นี้เมื่อมองผิวเผินอาจทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นเพียงเหตุลอบวางระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ ทว่าความจริงแล้วเรื่องราวช่างซับซ้อนกว่าที่ถูกเผยแพร่ออกไปในเนื้อหาข่าว เพราะเรื่องราวทั้งหมดนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2544 ฉนวนระเบิดลูกแรกได้จุดขึ้นเพื่อเป็นการส่งสัญญาณก่อนที่เหตุการณ์สุดเลวร้ายอื่นๆจะตามมา

ข่าวย้อนเวลา ตร.ตามรวบคนร้ายสำเร็จ แต่ไม่จบเพียงเท่านั้น 

     ข่าวดัง จากเหตุระเบิดลูกแรก แรงระเบิดสร้างความเสียหายอย่างมาก ทำให้พื้นบริเวณนั้นแตกเป็นหลุมกว้างกว่า 50 เซนติเมตร บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเลือดเจิ่งนองทั่วพื้น พบผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงสาววัย 29 ปีได้รบบาดเจ็บ ซึ่งขณะนั้นผู้บาดเจ็บให้การว่ากำลังทำงานเป็นพนักงานส่งสินค้าแล้วจู่ๆ เสียงระเบิดก็ดังขึ้น แรงระเบิดทำให้เธอได้รับบดเจ็บหลายจุดก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังการตรวจสอบพื้นที่พบสลักระเบิดเอ็ม-26 ตกอยู่บริเวรใกล้เคียง

     เมื่อเหตุการณ์แรกในข่าวย้อนเวลาจบลงไม่นานเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ ซึ่งเป็นอดตพนักงานรักษาความปลอดภัยของทางห้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จับได้ขณะกำลังปะนอยู่กับประชาชนทั่วไปบริเวณศาลารอรถหน้าห้าง โดยทั้งคู่ได้ส่อแววพิรุธเจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจสอบทันที โดยตัวผู้ต้องสงสัยนั้น คนหนึ่งคืออดีตนายตำรวจชั้นประทวน และอีกรายคืออดีตทหารเกณฑ์ ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยทั้งคู่ได้รับการว่าจ้างมาจากนายทหารยศใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เคยทำสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยกับห้างแห่งนี้ ก่อนที่เมื่อไม่นานจะถูกบอกเลิกสัญญา ทำให้คณะกรรมการบริษัทรู้สึกไม่พอใจจึงได้หวังระเบิดเพื่อแก้แค้น และแสดงให้ห้างเห็นถึงความหวาดกลัวของการไม่มีพนังงานรักษาความปลอดภัยไว้คอยดูแล

     แต่เหตุกาณ์ข่าวดังในอดีตยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากวันเกิดเหตุได้ 3 วัน ในช่วงเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 4 กรกฎาคม 2544 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นในห้างเดิม แต่เปลี่ยนสาขาในบริเวณเดียวกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายนิพนธ์ หอมอินทร์ หัวหน้าฝ่ายขายเครื่องกีฬา และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน 

เหตุทั้งเชื่อมโยงนายทหารใหญ่ ข่าวดัง ระเบิดห้างเดียวทุกสาขา

     จากข่าวย้อนเวลาเรื่องการระเบิดติดกันอย่างน่าใจหายนี้ถูกเชื่อมโยงไปยังนายทหารท่านหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าออาจมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ นายทหารท่านนั้นให้การปฏิเสธและบอกว่านี่เปนเพยงการพยายามทำลายชื่อเสียงของตนจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าวัตถุระเบิดนั้นเป็นอาวุธสงครามที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในไทย อาจเป็นการลักลอบขนย้ายและจำนวน และมูลเหตุจูงใจเชื่อว่ามาจากการขัดผลประโยชน์ของทางห้างกับบริษัทรักษาความปลอดภัยซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านบาท

     จากการสันนิฐานของเจ้าหน้าเริ่มเค้ามูลความจริงเนื่องจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นห้างเดิม แต่คราวนี้เป็นสาขาอุดรธานี 5 ธันวาคม 2544 เระเบิดครั้งที่ 4 ห้างเดิม สาขาพระราม คนร้ายใช้เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง เอ็ม 72A1 ครั้งที่ 5 วันที่ 7 ธันวาคม  คนร้ายใช้ปืนอาก้า ยิงถล่มห้างเดิม ในสาขาบางพลี คราวนี้สามารถตามจับกุมตัวได้เพราะคนร้ายทำมือถือตกไว้ ชื่อ นายนพพร สุวรรณพฤษชาติ อายุ 48 ปี

     จากหลักฐานทั้งหมดเชื่อมไปถึงตัวนายนพพร เจ้าหน้าที่จำนำหน่วยอรินทราชเข้าล้อมบ้าน ปรากฏว่านายนพพรยิงสวนออกมาทำให้กระสุนถูกเจ้าหน้าที่รายหนึ่งบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ที่รอบบ้านอยู่กว่า 200 นายพยายมเจรจาแต่กลับได้การตอบรับเป็นเสียงปืนออกมาเป็นระรอก และเสียงระเบิดดังกว่า 4 ครั้งภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเจรจากว่า 7 ชั่วโมงก่อนจะบุกเข้าบ้านด้วยการปาระเบิดเสียง ระเบิดควัน และระเบิดประตูบ้านบุกเข้าไป และทันที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปได้ก็พบศพของนายนพพรนอนตายตัวขาดครึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าเป็นเพราะระเบิดที่นายนพพรพยายามจะปาออกมาแต่ไปติดหน้าต่างทำให้ระเบิดใส่ตัวเองกลายเป็นภาพข่าวดังในอดีตที่ยังคงติดตาเจ้าหน้ามาจนถึงทุกวันนี้

     จากข่าวดังเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ได้ข้อสรุปจากภรรยาและลูกว่า นายนพพรมีความคับแค้นใจเกี่ยวกับบริษัทค้าปลีกย้อยต่างชาติที่จะเข้ามากลืนธุรกิจในไทยจึงวางแผนลงมือโดยที่ผู้ร้ายที่ก่อเหตุไม่รู้ว่าใครคือผ็ว่าจ้างตัวจริง 

 

 

สมัครแทงบอล