รอยจูบที่เท้าสุดท้ายของแม่ ไม่ยื้อให้ลูกทรมาน ย้อนข่าวดังปี58

รอยจูบที่เท้าสุดท้ายของแม่ ไม่ยื้อให้ลูกทรมาน ย้อนข่าวดังปี58

      ข่าวดัง อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าหรือไม่อาจคาดคิดได้ และยิ่งอุบัติเหตุที่ต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครจะทนรับไหว แล้วถ้าการสูญเสียนั้นเกิดขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รัก นั้นคงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดใจอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะความเจ็บปวดของพ่อแม่ที่ต้องเห็นลูกสุดที่รักของตัวเองจากไปก่อนเวลาอันสมควร จากไปก่อนตัวเองแบบไม่มีวันหวนกลับ ถ้าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดความสูญเสียเป็นเพียงฉากหนึ่งในละครลงไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจมากนัก แต่ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง คงไม่มีใครสามารถบรรยายเป็นความรู้สึกเจ็บปวดและยากจะสัมผัสได้หากไม่พบเจอกับตัวเอง

      ข่าวเก่า คดีสะเทือนขวัญ เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2558 อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อาการบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางสมองจนทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุ ต้องนอนโคม่ารักษาตัวนานถึง 1 สัปดาห์ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจและจากไปอย่างสงบ สร้างความเจ็บปวดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างมากมายมหาศาล สำหรับคนที่ได้ทราบข่าวดังกล่าวต่างก็รู้สึกสลดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะภาพรอยจูบสุดท้ายของผู้เป็นแม่ที่มอบให้กับลูกจนกลายเป็นภาพข่าวดังข้ามเวลา 

อุบัติเหตุไม่คาดฝัน พรากหัวใจของผู้เป็นแม่อย่างไม่มีวันหวนกลับ ข่าวดัง 

      คดีสะเทือนขวัญของคนทั้งประเทศและเป็นอุบัติเหตุที่ได้พรากหัวใจของคนเป็นแม่ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2558 อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง บริเวณครองชลประทาน ข้างมหาวิทยาลัยนเรศวร จนทำให้นางสาวนทกานต์ จันทร์ฉาย หรือ “น้องใบเฟิร์น” ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีอาการสมองกระทบกระเทือนจนอาการโคม่า และต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 1 สัปดาห์ ก่อนสิ้นลมหายใจกลายเป็นข่าวดังที่ทำให้ผู้คนสะเทือนใจและเสียใจไปกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก น้องใบเฟิร์นวัย 20 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของคณะสังคมศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และยังเป็นถึงนักเรียนทุนพระราชทานจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่พระราชทานให้เนื่องจากเป็นนักเรียนดีเด่นและมีความกตัญญู นางสาววงศญา จันทร์ฉาย คุณแม่ของน้องใบเฟิร์นกล่าวทั้งน้ำตาว่า ทางบ้านมีฐานะที่ยากจน พ่อของน้องยังป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถทำงานได้ น้องใบเฟิร์นจึงต้องทำงานตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม ปั่นจักรยานเก็บของเก่าขายระหว่างทางไปโรงเรียนและรับจากเลี้ยงเด็กแถวบ้านเพื่อหารายได้แบ่งเบาภาระครอบครัวและเป็นทุนการศึกษาให้กับตัวเอง 

      ข่าวเก่า ย้อนรอยคดีดังในอดีต ข่าวดังข้ามเวลา หลังจากเหตุการณ์ประสบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นน้องใบเฟิร์นได้เข้ารับการรักษาอาการทันที ในช่วงแรกแพทย์กล่าวว่าน้องยังสามารถพูดคุยได้ แต่หลังจากนั้นอาการเริ่มไม่ค่อยดีนัก แพทย์จึงได้ทำการเอ็กซ์เรย์สมองและพบว่าสมองส่วนหน้าบอบช้ำและไม่มีการตอบสนองเลย จึงรีบทำการผ่าตัดฉุกเฉินในทันที หลังการผ่าตัดก็ยังไม่พบอาการตอบสนองของสมองแต่อย่างใด ทางการแพทย์เรียกว่าเรียกอาการที่สมองไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองว่า “อาการสมองตาย” อย่างไรก็ตามทั้งทีมแพทย์และพยาบาลได้เฝ้าดูอาการของน้องใบเฟิร์นอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงของการรักษาทั้ง 1 สัปดาห์

จูบเท้าลูกทั้งน้ำตา“น้องใบเฟิร์น”เสียชีวิตแล้ว หลังประสบอุบัติเหตุอาการโคม่า

      ย้อนรอยคดีดังในอดีต ข่าวเก่า ข่าวดังข้ามเวลา หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือน้อง ใบเฟิร์น ที่รักษาอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลนาน 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม จนเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2558 แพทย์และทีมพยาบาลได้แจ้งให้คุณแม่และญาติของน้องให้ทำใจไว้ก่อน ด้วยเนื่องจากอาการของน้องไม่สู้ดีนัก นั่นทำให้เกิดภาพถ่ายสุดสะเทือนอารมณ์ของคนทั้งประเทศ โดยภาพของคุณแม่วงศญา จันทร์ฉายขณะก้มลงจูบเท้าของลูกทั้งน้ำตา ด้วยความหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับลูกสาวของตน จะได้ฟื้นกลับมาสู่อ้อมอกของคนเป็นแม่อีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ปรากฏข่าวอุบัติเหตุนี้ทุกคนคอยส่งกำลังใจและช่วยกันภาวนาให้น้องใบเฟิร์นฟื้นกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง จนกระทั่งเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันที่ 7 กันยายน อาการของน้องใบเฟิร์นทรุดหนักกว่าเดิม ทั้งทีมแพทย์และพยาบาลได้พยายามช่วยน้องอย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยความดันโลหิตที่ลดต่ำลงเรื่อยๆจนในที่สุดชีพจรหยุดเต้น นั้นทำให้น้องใบเฟิร์นได้เสียชีวิตในภายหลัง

      คุณแม่บอกเล่าด้วยความโศกเศร้าว่า หลังความดันโลหิตน้องลดต่ำลง ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการช่วยเหลือลุกสาวอย่างเต็มที่และสุดความสามารถที่สุดแล้ว แต่ก็แอบคิดว่าปาฏิหาริย์คงไม่อาจเกิดขึ้นกับลูกสาวของตนแน่ๆ ตนเองไม่อยากเห็นลูกทรมานไปมากกว่านี้อีกต่อไป จึงทำใจและปล่อยให้น้องจากไปอย่างสงบ ถึงแม้ว่าใจข้างในเจ็บปวดและไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยก็ตาม หลังจากน้องจากไปอย่างสงบ ทางครอบครัวได้นำศพของน้องใบเฟิร์นบำเพ็ญกุศลที่ วัดวังทองวราราม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ความสูญเสียที่ไม่อาจกล่าวได้เป็นคำพูดจากปากของคนเป็นแม่ที่ต้องเสียลูกไปนั้น ยากที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งหากไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง และหลังจากข่าวได้เผยแพร่ไปทำให้เกิดความสะเทือนใจทั่วประเทศจนกลายเป็นข่าวดังที่ไม่อาจลืมได้

 

 

แทงบอล