ฝ่าวิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 กับจอมพลป. ใน ข่าวย้อนเวลา 

ฝ่าวิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 กับจอมพลป. ใน ข่าวย้อนเวลา 

 

สงครามโลกยุคจอมพลป.

 

หากจะกล่าวถึงสงครามที่สร้างความสูญเสียให้คนทั้งโลกมากที่สุดเราทุกคนต่างต้องนึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 1-2 โดยทั้งสองครั้งที่ผ่านมาล้วนแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมายให้แก่โลกใบนี้ และประเทศไทยเองที่แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ก็มีบทบาทในสงครามโลกด้วยเช่นกัน โดยครั้งที่น่าจดจำมากที่สุดคือการที่ไทยต้องตกอยู่ในภาวะจำยอมของฝ่ายอักษะ โดยในขณะนั้นจอมพลป.พิบูลสงคราม ทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ ด้วยการวางตัวเป็นกลางและสงวนท่าทีตลอดเวลา แต่เมื่อญี่ปุ่นที่กำลังเลืองอำนาจได้เข้ามาบีบบังคับไทยทำให้เราต้องตกอยู่สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และไทยเองก็ได้มีการเปลี่ยนขนบธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อให้เป็นสากลและทัดเทียมอารยะประเทศมากขึ้น

ข่าวย้อนเวลาจะพาทุกท่านย่อมกลับไปพบกับความขมขื่นที่ชาวไทยต้องเจอ จากสงครามที่ทั้งโลกไม่อาจหลีกเลี่ยงจนเป็นฉนวนให้ไทยต้องตกอยู่ในสถานะแพ้สงคราม พร้อมกันนี้ในระหว่างที่ศึกนอกยังครุกรุนศึกในเองก็เดือดดานไม่แพ้กันกับการกดขี่จากทหารญี่ปุ่นต่อคนไทย ส่งผลให้เกิดขบวนการใต้ดินเพื่อต่อต้าน 

 

สงครามโลกยุคจอมพลป.-2

ภาพการยกพลขึ้นบกที่ประเทศไทยของทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484

 

สาเหตุไทยยอมร่วมมือกับญี่ปุ่น จากเนื้อหาข่าวย้อนเวลา 

ในขณะนั้นญี่ปุ่นกำลังรุกหนักหวังพิชิตทะเลแปซิฟิกและรวมกับลังพลในเอเชียไว้เป็นของตัวเอง จึงได้เดินทางผ่านมาที่ไทยเพื่อให้ไทยร่วมมือและเปิดทางให้กองกำลังผ่านไปโจมตีพม่า วันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นฝั่งทางภาคใต้และภาคตะวันออกใน เวลา 2.00 น. เป็นเหตุให้ปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาดินแดนและยุวชน ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอยู่นานถึงขั้นตะรุมบอลก่อนที่มาทางการไทยจะสั่งให้หยุดยิงและเปิดทางให้ทหารญี่ปุ่น เนื้อหาข่าวย้อนเวลาในวันนั้นกล่าวว่า เพราะญี่ปุ่นได้เสนอจะยกพื้นที่อินโดจีนที่เคยเสียให้ฝรั่งเศสคืนแก่ไทย ไทยที่มองว่าการต้านทหารญี่ปุ่นอาจไม่เป็นผลดีจึงยอมเปิดทาง แต่ยังคงได้สิทธิ์ในการปกครองรัฐตามเดิม

 

สงครามโลกยุคจอมพลป.-3

 

ข่าวในตำนานเกี่ยวกับการเคลื่อนทัพของญี่ปุ่นได้ถูกตีพิมพ์ไปทั่วประเทศและได้รับความสนใจจากประชนเป็นจำนวนมาก ก่อนที่มาเรื่องราวการต้านทหารญี่ปุ่นของยุวชนจะกลายเป็นข่าวในตำนานที่โด่งในเวลาต่อมา แต่เมื่อสงครามเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดที่ญี่ปุ่นต้องตกเป็นผู้แพ้สงครามส่งผลให้ผู้ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะต้องมีสถานะเป็นผู้แพ้สงครามและต้องจ่ายค่าชดใช้เป็นจำนวนเงินมหาศาล ไทยเองก็ได้ถูกตัดสินให้แพ้สงครามด้วยเช่นกัน ในเวลาเดียวกันนั้น นาย ปรีดี พนมยงค์ และพวก ได้ออกมาเรียกร้องต่อคำตัดสิน เนื่องจากตลอดเวลาไทยมีการต่อสู้กับญี่ปุ่นและไทยตกอยู่ในสถานะจำยอมไม่อาจตอบโต้ได้ 

 

สงครามโลกยุคจอมพลป.-1

นายปรีดี พนมยงค์ เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของ ป.พิบูลสงคราม ร่วมด้วยสมาชิกคณะราษฎรคนสำคัญอีกหลายคน

 

ปรีดี เสรีไทย ผู้พาไทยพ้นโทษแพ้สงครามสู่ข่าวในตำนาน 

ปรีดี พนมยงค์ อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของโลกในข่าวย้อนเวลาที่ไม่อาจลืมพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของเขาได้เลย เนื่องจากเขาคือผู้ที่พาไทยพ้นโทษแพ้สงครามที่จะนำความยากเข็ญมาสู่คนในชาติ อีกทั้งขบวนการเสรีไทยก็เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ให้การตัดสินคดีของไทยต้องพลิกกระดาน เพราะตลอดเวลาที่ญี่ปุ่นรุกรานไทย ขบวนการเสรีไทยได้เดินหมากต่อต้านตลอดเวลา

เรื่องขบวนการเสรีไทยกลายเป็นข่าวในตำนานที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจและเรียนรู้ที่จะสู้แบบไทย แม้ไม่สู้แบบแลกหมัด แต่การแทรกซึมหาข่าว และตัดถอนกำลัง รวมถึงรวบรวมหลักฐานจนพาไทยพ้นสถานะแพ้สงครามไปได้ เขาจึงเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ไม่อาจลืมเลือน และสมาชิกขบวนการเสรีรวมไทยในต่างประเทศเองก็ได้มีกรต่อเนื่องและติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรตลอดเวลาหลังสงครามยุติลง แม้ว่าวันนี้จะผ่านไปกว่าร้อยปีแต่กลิ่นไอของข่าวดังในอดีตถึงวีรกรรมของเหล่าผู้กล้ายังคงถูกกล่าวถึงเสมอมา ซึ่งไทยเองแม้ไม่ได้ออกตัวรบอย่างเต็มรูปแบบเพราะสงวนท่าทีเป็นกลางเสมอมาก็นับว่าจอมพลป.ผู้นำของไทยในขณะนั้นก็มีความฉลาดไม่น้อยที่จะรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาเพื่อประโยชน์ของชาติเป็นหลัก แม้ว่าจะถูกกดขี่บ้างแต่ก็ไม่เลวร้ายถึงขั้นเสียเอกราชเหมือนประเทศเพื่อนของเรา