ชน 5 คันรวด รถแท็กซี่โดนอัดก็อปปี้ ข่าวดังในอดีต

ชน 5 คันรวด รถแท็กซี่โดนอัดก็อปปี้ ข่าวดังในอดีต

        อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ในทุกๆวันและไม่มีเวลากำหนด ความประมาทของผู้ขับขี่เองหรือจากการผิดพลาดทางเทคนิคของรถ ไม่ว่าจะจากสาเหตุใดอุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ ความเสียหายจากอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องน่ายินดีไม่ว่าน้อยหรือมากก็ตาม ข่าวดังในอดีตที่เป็นเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่ในปี 2558 เกิดเหตุรถโม่ปูนชนแรงจนแท็กซี่ถูกอัดก็อปปี้ เป็นอุบัติเหตุสุดระทึกที่สร้างความตกใจให้กับผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมากด้วยสภาพรถแท็กซี่ที่พังยับเยินอยู่ใต้ท้องรถเมล์เห็นแล้วสยองจนอดคิดไม่ได้ว่าคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวไม่รอดอย่างแน่นอน

ข่าวดังในอดีต รถโม่ปูนเบรกแตกชนอัดก็อปปี้รถแท็กซี่เข้าใต้ท้องรถเมล์

        ย้อนรอยคดีดังในอดีต อุบัติเหตุรถชนกลางถนนพหลโยธิน ใกล้กับตึกช้าง ฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยกรัชโยธิน เวลาประมาณ 11:45 น. เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จนเป็นข่าวดังในอดีต โดยรถโม่ปูนขับชนท้ายรถแท็กซี่ ทำให้รถแท็กซี่ได้พุ่งชนเข้าใต้ท้องรถโดยสารประจำทางสาย บางเขน-คลองเตย และทำให้รถเมล์พุ่งชนรถแท็กซี่ที่อยู่คันหน้าอีกสองขั้นตามลำดับ จากสภาพในตอนนั้นคนที่เห็นเหตุการณ์และคนขับรถเมล์ต่างตกใจและเชื่อกันว่าคนขับรถแท็กซี่ที่โดนอัดก๊อปปี้ไม่น่ารอดแน่นอน ข่าวดัง จากการสอบถาม นายสมหมาย ศุภฤกษ์มีชัย อายุ 55 ปี คนขับรถเมล์สายบางเขน-คลองเตยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังจอดรถติดไฟแดงนานอยู่ประมาณ 10 นาที จนกระทั่งถูกชนท้ายและพุ่งไปชนแท็กซี่คันข้างหน้าอีก 2 คัน เคราะห์ดีที่ผู้โดยสารท้ายรถซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาทหารไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตนจึงลงไปดูรถที่ชนท้าย เห็นว่าเป็นแท็กซี่ สีชมพู ถูกอัดเข้าอยู่ระหว่างใต้ท้องรถของตนกับรถโม่ปูน และคิดว่าคนขับคงไม่รอดแน่ๆ แต่ทันทีเห็นคนขับคลานออกมาจากรถได้และมีเพียงอาการบาดเจ็บเท่านั้น ในด้านคนขับรถโม่ปูนที่ก่อเหตุถูกดำเนินคดีตามกำหมายข้อหาขับรถโดยประมาท ร.ต.ท.ศรสุพรรณ กล่าวว่า รถที่เกิดอุบัติเหตุได้จอดติดไฟจราจรอยู่นั้น รถโม่ปูนเกิดขัดข้องคาดว่าเบรกใช้การไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถชะลอรถได้จึงพุ่งชนเข้าที่รถแท็กซี่คันดังกล่าวและทำให้เกิดเหตุชนต่อเนื่องกัน 5 คันรวด และรถแท็กซี่พังยับเยินเสียหายทั้งคัน ส่วนคนขับรถแท็กซี่ที่คลานออกมาได้และบาดเจ็บ ได้ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล เปาโลเมโมเรียล สะพานควายในทันที

คนขับแท็กซี่อัดก๊อปปี้ รอดปาฏิหาริย์! คาดตนมีพระดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง ข่าวดังในอดีต

        จากเหตุการณ์ข่าวดังอุบัติเหตุรถโม่ปูนเบรกแตก ชนรถแท็กซี่เข้าไปอัดก๊อปปี้อยู่ใต้ท้องรถเมล์สภาพพังยับ แต่คนขับกลับรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์! มีเพียงอาการบาดเจ็บแต่ไม่หนักมาก นายประยงค์ นาชูศรี อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้จอดส่งผู้โดยสารลงบริเวณถนนพหลโยธิน จากนั้นได้โทรไปหาเถ่าแก่เจ้าของอู่ เพื่อขอนำรถไปทำเบาะย่านถนนนวลจันทร์ โดยได้ปิดไฟว่างเมื่อมาถึงบริเวณแยกรัชโยธิน ขณะจอดรถติดไฟแดงอยู่สักพักใหญ่ ก็รู้สึกถึงแรงกระแทกเหมือนมีรถมาชนด้านหลัง และได้ยินเสียงโครมใหญ่ ขณะนั้นตนมีอาการมึน แต่ยังพอมีสติจึงพยายามขยับพวงมาลัย ทุบกระจกเพื่อช่วยตัวเองให้รอดออกมาจากตัวรถ เมื่อคลานออกมาพ้นรถเล็กน้อย ก็มีคนมาช่วยลากตนออกจากซากรถ ไม่นานหน่วยกู้ภัยก็นำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโลในภายหลังจากเช็คอาการเบื้องต้นแล้ว นายประยงค์กล่าวว่าที่ตนรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์นี้เป็นเพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง โดยตนห้อยพระอยู่กับตัว 3 องค์ เป็นหลวงพ่อเงิน 2 องค์ และหลวงพ่อทวดอีก 1 องค์ ทำให้กลายเป็นข่าวดังที่ใครๆก็ถามถึง

        หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้การจราจรบริเวณถนนพลโยธินขาเข้าติดขัดยาวถึงบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ส่วนฝั่งขาออกติดขัดจนเลยแยกเกษตร ด้านนายอนันต์ ทองชัด อายุ 37 ปี คนขับรถโม่ปูนคันเป็นเหตุได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทำการสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนแจ้งขอหาขับรถโดยประมาทและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ส่วนรายละเอียดอาการบาดเจ็บของนายประยงค์ เจ้าของแท็กซี่ที่ถูกอัดก๊อปปี้ แพทย์ระบุว่า มีอาการบาดเจ็บคางแตก มือบาดเจ็บ กระดูกสะโพกเคลื่อนซึ่งแพทย์จะทำการผ่าตัด รักษาให้กลับเป็นปกติ และนายประยงค์ได้กล่าวทิ้งไว้อีกว่า เหตุการณ์นี้ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับตัวเอง พร้อมขอฝากไปยังผู้ใช้รถให้ระมัดระวังอย่างมาก เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก ย้อนรอยคดีดังในอดีต คดีอุบัติเหตุนี้เป็นคดีที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องรถที่ชนกันถึง 5 คันรวด เรื่องรถแท็กซี่ถูกอัดก๊อปปี้จนสภาพดูไม่ได้และคิดว่ายังไงคนขับก็ไม่มีทางรอดอย่างนอน แต่ปาฏิหารย์มีจริงที่คนขับรถเพียงแค่มีอาการบาดเจ็บนั้น จนใครๆก็อยากรู้ว่าห้อยพระอะไรทำไมถึงโชคดีขนาดนี้ และการจราจรที่ติดขัดยาวนานทั้งถนนฝั่งขาเข้าและขาออก จนถือเป็นข่าวดังในอดีตที่เป็นต้องเอากลับมาย้อนวันวานกันใหม่

 

 

 

เว็บบอล