คืนบาป พรหมพิราม คดีข่มคืนสะเทือนขวัญ จากข่าวในตำนาน

คดีข่มคืนสะเทือนขวัญ จากข่าวในตำนาน

 

พรหมพิราม

 

 ข่าวคดีข่มขืนเป็นข่าวที่ปัจจุบันเรามักจะได้ยินได้รับรู้กันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ส่วนทางการการยกระดับจิตใจของมนุษย์ เรามักจะได้เห็นข่าวในลักษณะนี้ที่ดูแล้วก็หดหู่ใจกับการกระทำอันเลวร้ายราวกับว่าผู้กระทำผิดไม่มีจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์อยู่เลย แต่ทว่า หากเทียบคดีข่มขืนในปัจจุบันกับข่าวดังในอดีตแล้ว คดีข่มขืนในปัจจุบันนี้ดูจะเทียบไม่ได้กับข่าวในตำนานเช่น “คืนบาปพรมพิราม” 

ทุกครั้งที่มีข่าวการทารุณทางเพศข่าวเก่าข่าวนี้มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเสมอ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความอัปยศในอดีตที่เคยเกิดขึ้น กับความทุกทรมานที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่อยากจะที่จะแบกรับ ไม่ไม่ควรมีใครต้องเจอกับความโชคร้ายนี้ด้วย ข่าวการข่มขืนมักเกิดมาจากการไม่รู้จักการต่อต้านกิเลสในใจทำให้ต้องหาที่ปลดปลอดและส่วนใหญ่ของข่าวในลักษณะนี้มักจบลงที่ความตายของเหยื่อเสมอ 

 

คืนบาปพรหมพิราม

 

ค่ำคืนที่ยาวนาน เรื่องจริงจากข่าวในตำนานสู่บทบาทภาพยนตร์ 

 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2520 จังหวัดพิษณุโลก เรื่องจุดเริ่มต้นของความชั่วร้ายทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นจากหญิงสาวคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุลเนื่องจากบุตรของผู้ตายยังดำเนินชีวิตอยู่ในปัจจุบัน) ที่ได้อยู่กินกับสามีและมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ทว่าความรักที่สดใสนั้นกลับถูกกีดกันด้วยแม่ผัวที่ไม่ชอบพอเธอนักเนื่องจากเธอเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ทำให้แม่ผัวรับไม่ได้กับจุดกำเนิดของเธอ จึงฝังใจเกลียดชังเสมอมา จนกระทั่งที่แม่ผัววางแผนแยกทั้งคู่ออกจากกันโดยสั่งให้ลูกชายไปทำงานที่จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อหวังแยกทั้งคู่ออกจากกันและหวังให้เธอถอดใจและหนีออกไปเอง แต่ด้วยความรักต่อสามีและลูกเธอจึงอดทนรอ วันหนึ่งสามีส่งจดหมายเพื่อบอกที่อยู่ที่อุตรดิตถ์แก่เธอ แม่ผู้รู้เรื่องราวทั้งหมดจึงโกรธมาก เธอจึงตัดสินใจที่จะไปตามสามี แต่แม่ผัวได้วางแผนการเอาไว้ก่อนแล้ว โดยให้คนขับรถบรรทุกเป็นคนไปส่งแต่กำชับว่าให้เอาไปทิ้งที่ไหนก็ได้และเพื่อเป็นค่าแรงแม่ผัวจึงอนุญาตให้คนขับรถข่มขืนเธอได้ ด้วยความที่คนขับรถเคยแอบชอบเธอมาก่อนจึงตบปากรับคำและระหว่างทางเขาก็ได้ทำการข่มขืนและทิ้งเธอเอาไว้ที่สถานีรถไฟ เธอเดินทางขึ้นรถหวังมุ่งหน้าไปต่อแต่ไม่มีเงินจ่ายค่าตั๋ว ตาแหยมที่อยู่ข้าง ๆ จึงชักชวนให้ไปพักที่บ้านของตนก่อนเนื่องจากตอนนั้นก็ใกล้ค่ำแล้ว เธอจึงตกลงเพราะเห็นว่าคงจะไม่มีทางไป โดยตาแหยมนี้เป็นคนที่เคยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนจึงมักมีพวกวัยรุ่นมามั่วสุมอยู่ที่บ้านเป็นประจำ ในคืนนั้นตาแหยมได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน กลุ่มวัยรุ่นที่เมาจนได้ที่จึงลงมือข่มขืนเธอ และได้นำเรื่องนี้ออกไปเล่าต่อ ๆ กัน ภายในคืนนั้นจึงมีกลุ่มคนใจบาปออกมารวมตัวกันต่อคิวข่มขืนเธอในกระท่อมอย่างไม่ขาดสาย เธอพยายามหนีไปที่บึงน้ำแต่ก็ไม่วายถูกข่มขืนที่ริมน้ำด้วยเช่นกัน เธอหมดแรงต่อสู้สลบไปจึงคิดว่าเธอตายจึงคิดเผาทำลายหลักฐาน ระหว่างสัปเหร่อกับลังเตรียมการเธอดันฟื้นขึ้นมาบนเตาเผาศพสัปเหร่อที่เห็นดังนั้นจึงลงมือข่มขืนเธอบนเชิงตะกอนนั้น เธอพยายามหนีเอาตัวรอดไปที่สถานีรถไฟ สุดท้ายพบกลายเป็นศพร่างขาด 3 ท่อนบนร่างรถไฟ 

นี่จึงเป็นที่มาของเรื่องราวคืนบาปพรมพิราม ข่าวเก่าข่าวในตำนานที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เป็นคดีข่มขืนที่พรมพิรามที่ผู้คนในสมัยนั้นให้ความสนใจกันทั้งประเทศอีกทั้งยังเป็นข่าวดังในอดีตที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของตำรวจไทย 

 

คืนบาปพรหมพิราม-1

ภาพบางส่วนจากภาพยนตร์เรื่อง "คืนบาป พรหมพิราม" ปี 2546

 

คืนบาปพรมพิราม เรื่องจริงสู่ตำนานภาพยนตร์

 คดีข่มขืนที่พรมพิรามนี้เป็นคดีที่ยากยิ่งเนื่องจากผู้ก่อเหตุนั้นมีเป็นจำนวนมาก และผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทั้งหมดจึงยากที่จะจับมือใครดม เรื่องราวนี้จึงถูกตีแผ่เป็นข่าวดังในอดีตที่ผู้คนสนใจภายในชั่วข้ามคืน ส่งผลให้ตำรวจไม่อาจปิดคดีได้โดยง่ายจึงต้องลื้อคดีใหม่หมด สุดท้ายจึงรู้ว่ามีผู้ต้องหารวมกันทั้ง 30 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ข่มขืน และกลุ่มที่ลงมือฆ่า โดยบทสรุปของเรื่องนี้คือการที่ผู้กระทำผิดเกิดความกลัวว่าเรื่องจะรั่วไหลจึงลงมือสังหารเธอโดยการนำเธอไปนอนพาดกับรางรถไฟให้ทับร่างเธอขาดเป็น 3 ท่อน เป็นข่าวเก่าที่รวมเอาสุดยอดของความชั่วช้าทั้งหมดในกายมนุษย์ออกมา และที่สลดไปกว่านั้นคือมีผู้ต้องหาที่กระทำผิดอายุน้อยที่สุดเพียง 9 ขวบ และมากที่สุดคือ 65 ปี นอกจากนี้ยังมีข้าราชการในพื้นที่เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย

เมื่อเรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยเรื่องนี้จึงกลายเป็นข่าวในตำนานที่ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งกับ “คืนบาปพรมพิราม”