คดีลูวินสกี เมื่อผู้นำสหรัฐถูกจับได้ว่ามีสัมพันธ์สวาทกลางทำเนียบขาว

คดีลูวินสกี เมื่อผู้นำสหรัฐถูกจับได้ว่ามีสัมพันธ์สวาทกลางทำเนียบขาว

คดีลูวินสกี เป็นเหตุอื้อฉาวระหว่างประธานาธิบดี บิล คลินตัน ผู้นำสหรัฐในขณะนั้นกับ โมนิกา ลูวินสกี เด็กฝึกงานสาววัย 22 ปี ด้วยข้อกล่าวหาว่าทั้งสองคนมีความ สัมพันธ์ลับ ทางเพศ ซึ่งคดีนี้เกือบทำให้เขาเกือบตกต้องเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ และทำลายภาพลักษณ์ของเขาไปโดยสิ้นเชิง

สัมพันธ์สวาท กลางทำเนียบขาว

ภาพถ่ายคู่ของคลินตันและลูวินสกีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1997

ภาพถ่ายคู่ของคลินตันและลูวินสกีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1997

โมนิกา ลูวินสกี เริ่มเข้ามาทำหน้าที่เด็กฝึกงานที่ทำเนียบขาวเมื่อปี 1995 ต่อมาเมื่อเดือนเมษายนปี 1996 เธอถูกย้ายไปทำงานที่ตึกเพนตากอนแทน โดยที่ปรึกษาของเธอให้เหตุผลว่า “เธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีคลินตันมากเกินไป”

กระทั่งเดือนกันยายนปี 1997 ลูวินสกีได้เปิดเผยความลับว่าเธอมีความสัมพันธ์กับผู้นำสหรัฐ แก่เพื่อนร่วมงาน ทว่าเพื่อนร่วมงานคนนั้นได้แอบอัดเสียงการสนทนาและนำเทปมอบให้ เคนเนธ สตาร์ อัยการอิสระ เพื่อดำเนินการสอบสวน

โดยในเทปเสียงลูวินสกี เปิดเผยว่า “เธอมี สัมพันธ์สวาท กับประธานาธิบดีคลินตัน มากถึง 9 ครั้ง และเธอยังเก็บของขวัญที่คลินตันมอบให้ พร้อมชุดเดรสสีฟ้าที่มีคราบน้ำอุสจิของท่านประธานาธิบดี”

ข่าวฉาว ที่สั่นเก้าอี้ผู้นำประเทศมหาอำนาจ

บิล คลินตัน แถลงข่าวปฏิเสธเรื่องมีความสัมพันธ์อื้อฉาวกับลูวินสกี

ไม่ช้าเรื่องนี้ก็ถูกเปิดเผยแก่สาธารณชน ซึ่งในช่วงแรกประธานาธิบดีคลินตัน ได้ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมประโยคที่กลายเป็นที่จดจำและล้อเลียนมาถึงปัจจุบันว่า “ผมไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับลูวินสกี” 

จนกระทั่งเมื่อหลักฐานเทปเสียงที่เพื่อนร่วมงานลูวินสกีอัดไว้ ถูกนำมาพิจารณา และมีการตรวจสอบชุดเดรสสีฟ้าที่ว่ากันว่า เธอใส่มันระหว่างมีความ สัมพันธ์สวาท กับประธานาธิบดี ปรากฏว่ามีดีเอ็นเอของ บิล คลินตัน อยู่ในชุดนั้นจริง ทำให้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวชนิดดื้นไม่หลุด คลินตันจึงให้การรับสารภาพต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่และประกาศต่อหน้าสาธารณชนซึ่งถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศว่า “เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับลูวินสกีจริง แต่แค่ทางปากเท่านั้น”

การลงมติถอดถอน บิล คลินตัน ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

จากเหตุอื้อฉาวที่เกิดขึ้นทำให้ประธานาธิบดีคลินตันถูกพิจารณาไต่สวนให้ถอดถอนจากตำแหน่งด้วยข้อหาให้การเท็จและขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติขับเขาออกจากตำแหน่ง แต่สุดท้ายฝั่งวุฒิสภาสหรัฐลงมติยกคำร้อง ทำให้เขารอดพ้นจากการหลุดจากตำแหน่งไปอย่างหวุดหวิด แต่ก็ถูกพิพากษาให้จ่ายค่าปรับ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ

คดีลูวินสกี เป็นคดีอื้อฉาวทางการเมืองที่โด่งดังที่สุดในสหรัฐรองลงมาจาก “คดีวอเตอร์เกต” ในสมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน บิล คลินตัน ที่แม้ภายหลังจะลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถลืมเรื่องอื้อฉาวสะท้านทำเนียบของเขาได้ และกลายเป็นตราบาปติดตัวเขาไปตลอดชีวิต ส่วนฝั่ง โมนิกา ลูวินสกี เธอจำเป็นต้องหายหน้าจากสังคมไปช่วงระยะเวลานึง หลังจากถูกกระแสสังคมกดดันอย่างหนัก ก่อนจะกลับมาเขียนหนังสือบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ทำให้กอบโกยรายได้มากมายหลายล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

 

 

 

 

เว็บบอล