ข่าวย้อนเวลา พ่อข่มขืนลูกสาวพร้อมทารุณก่อนสิ้นใจ 

ข่าวย้อนเวลา พ่อข่มขืนลูกสาวพร้อมทารุณก่อนสิ้นใจ 

 

คดีเดชา

 

ข่าวย้อนเวลาเมื่อปี 2539 นอกจากข่าวดังที่สะเทือนขวัญคนทั้งประเทศเรื่องเด็ก 4 ขวบถูกข่มขืนฆ่าในโรงเรียนจะเป็นเรื่องราวที่โด่งดังมากที่สุดแล้ว แต่ไม่นานก็ปรากฏว่ามีข่าวการข่มขืนแบบหักมุมยิ่งกว่าละครให้คนไทยได้ติดตามกันอีกกับเหตุการณ์การข่มขืนลูกของตนเอง

บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินข่าวการทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว ปล้อน ข่ม และข่มขืนอยู่เป็นประจำ แต่เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นถึงสองคดีด้วยกันทั้งการทำร้ายร่างกายและการข่มขืน อีกทั้งยังเป็นพ่อที่เลี้ยงดูแท้ที่กล้าทำกับลูกสาวของตนเองได้ลงคอก่อนที่จะกลัวความปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมโยนความผิดทั้งหมดให้ลูกชายคนโตเป็นคนรับ นับว่าเป็นตัวอย่างของบุคคลที่มีตกต่ำทางศีลธรรมอย่างถึงที่สุด และข่าวเก่าเรื่องนี้ก็มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นอุทาหรให้ทุกท่านได้รับรู้กัน 

 

คดีเดชา-2

นักโทษประหาร เดชา สุวรรณสุก (ภาพจาก : Mcot)

 

น้องนุ่น ผู้รับกรรมจากเหตุร้าวในครอบครัว ในข่าวย้อนเวลา 

ข่าวย้อนเวลาเรื่องนี้เป็นบทเรียนชั้นดีแก่ทุกบ้านทุกครัวเรือนที่กำลังมีปัญหา อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคมได้เป็นอย่างดีอีกด้วยกับครอบครัวที่เกิดในโรงงานแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่ที่บ้านพักของโรงงานเป็นชุมชนแออัด พ่อแม่รับจ้างทั่วไปส่วนตัวลูกเองก็ไม่ได้รับการเลี้ยงดูในขั้นพื้นที่ฐานที่เหมาะสมนัก จนกระทั้ง วันที่ 18 กรกฎาคม 2539 พบศพของน้องนุ่น นอจมอยู่บนกองเลือดภายในห้องพักของโรงงาน สภาพบอบช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกายมีแผลฉีกขาดที่อวัยวะเพศและรูทวาร ตำรวจชันสูตรพบว่าน้องเสียชีวิตจากการตกเลือดตาย นั่นหมายความว่านุ่นไม่ได้เสียชีวิตในทันทีหลังคนร้ายก่อนเหตุแต่ค่อย ๆ ตายอย่างช้า ๆ จนกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของข่าวในตำนาน

ต่อมาเจ้าหน้าตามจับตัวคนร้ายได้พบว่าเป็น นาย เดชา สุวรรณสุก ผู้เป็นพ่อที่ลงมือข่มขืนลูกของตัวเองและทำร้ายร่างกาย แต่ก่อนหน้านั้นนายเดชาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมกับโยนความผิดให้ลูกชานคนโต เรื่องนี้เป็นข่าวดังในอดีตทันหลังมีการเผยแพร่ข่าวออกไปถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น ก่อนที่หลังจากนั้นนายเดชาจะให้การรับสารภาพทั้งหมด พร้อมยังบอกอีกว่า แรงจูงใจนั้นมาจากการที่เขาจับได้ว่าภรรยาของตนเองแอบไปนอนกับชายชู้จนภายหลังตั้งท้อง เขาจึงสงสัยว่าน้องนุ่นไม่ใช่ลูกของตัวเองจึงเลี้ยงดูแบบไม่ใส่ใจและไม่ให้ความรักความอบอุ่นใด ๆ จนกระทั้งเขาดื่มสุราและเกิดความแค้นในสิ่งที่เมียตนเองกระทำจึงมาลงที่น้องนุ่น นายเดชาทำการข่มขืนถึงสองครั้ง ครั้งแรกที่อวัยวะเพศและครั้งหลังของทางทวาร ในขณะนั้นน้องยังไม่สิ้นใจก่อนที่ทุกอย่างจะออกมาตามเนื้อหาของข่าว 

 

คดีเดชา-1

นาย เดชา สุวรรณสุก ถูกประหารชึวิตในวันที่ 7 ก.ค. 2542 เวลา 17:45 น.

 

ข่าวดังในอดีต พ่อนอกไส้รับโทษประหารชีวิต 

ข่าวดังในอดีตเรื่องนี้ตกเป็นที่สนใจเป็นอย่างมากของประชาชน ผู้สื่อข่าวจึงได้ทำการสอบถามจากชาวบ้านใกล้เคียงถึงปัญหาของครอบครัวนี้ พบว่า ครอบครัวนี้มีปัญหาเรื่องสัมพันธ์ชู้สาวของฝ่ายหญิงทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจและเกิดความแครงใจผลกรรมทั้งหมดจึงมาตกที่ลูกสาวคนเล็ก เมื่อเมาทุกครั้งมักจะทำร้ายร่างกายตบตีลูกเมียอยู่เป็นประจำ อีกทั้งน้องนุ่นมักถูกกดขี่สารพัดทั้งบังคับให้ทำงานบ้านรับใช้ และให้นอนปลายตีน

จากคำให้การตำรวจจึงได้ตรวจดีเอ็นเอพบว่าน้องนุ่นไม่ใช่ลูกของนายเดชาดั่งที่เขาสงสัยมาตลอดจริง ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่นายเดชาจะมีสิทธ์กระทำชั่ว ต่อมาศาลจึงได้ตัดสินคดีให้มีความผิดถึงขั้นโทษประหารชีวิต และหลังจากนั่นนายเดชาก็กลับคำคำอีกครั้งและบอกว่าตนเองไม่ได้ทำ

ข่าวย้อนเวลาเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาที่สำคัญของครอบครัวได้เป็นอย่างดี เพราะการที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาเขาย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้รับรู้การกระทำอันเลวร้ายของผู้ใหญ่จึงสรุปได้ว่าคนที่มีความผิดของเรื่องนี้นั้นย่อมมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น จึงอย่างฝากให้ทุกท่านลองพิจาณาและเก็บข่าวในตำนานเรื่องนี้ไว้เป็นเครื่องเตือนใจ เพราะสถาบันครอบครัวคือสถาบันที่สำคัญที่สุดของประเทศชาติ