ข่าวดังในอดีต สาวไทยใจกล้า ฆ่าหั่นศพครูสอนภาษาญี่ปุ่น

ข่าวดังในอดีต สาวไทยใจกล้า ฆ่าหั่นศพครูสอนภาษาญี่ปุ่น

ข่าวดังในอดีตเรื่องนี้ เป็นที่ฮือฮามากไม่ใช่เพียงสร้างความตกใจให้กับคนในประเทศ แต่สร้างความเสียหายที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมองคนไทยไม่ดีไปทันที เหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญของสาวไทยใจกล้าคนหนึ่ง 

ข่าวย้อนเวลา เล่าเหตุการณ์ฆ่าหั่นศพที่เกิดขึ้นวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความการหายตัวไปของครูชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่มาทำงานสอนภาษาญี่ปุ่นในไทยจากลูกชาย สืบทราบว่ามีเพื่อนสาวไทยคนสนิทมีความเกี่ยวข้องเพราะแอบกดเงินไป 700,000 บาท ก่อนรับสารภาพว่าฆ่าหั่นศพทิ้งลงคลองหลังมหาวิทยาลัยเอแบคไปแล้ว ย้อนรอยคดีดังในอดีต

ลำดับเหตุการณ์ครูสอนภาษาญี่ปุ่นหายตัวไป ต้องสงสัยเพื่อนสนิทสาวไทย ข่าวดัง

ย้อนรอยคดีดังในอดีตคดีที่ครูสอนภาษาญี่ปุ่นนามว่า นายโยชิโนริ ชิมาโตะ วัย 79 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยมีสาวไทยที่อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทนามว่า นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี เป็นผู้ต้องสงสัยหลัก สืบคดีจนทราบว่าเป็นเหตุร่วมกันฆ่าหั่นศพกับสามีชาวไทย กลายเป็นหนึ่งในข่าวดังที่ต้องติดตาม ลำดับเหตุการณ์เรื่องเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2557 วันที่มีการระบุว่านายโยชิโนริได้หายตัวไป สืบข้อมูลจนพบว่ามีประวัติการเข้ารักษาในโรงพยาบาลบางนา 2 แจ้งว่าได้รับตัวนายโยชิโนริมารักษาเนื่องจากคนไข้มีอาการแขนขาอ่อนแรงแต่ยังรู้สึกตัวอยู่ คนที่พาคนไข้มาคือ นางพรชนกที่อ้างว่าคนไข้เป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นให้ลูกสาว เห็นว่าลูกที่ญี่ปุ่นทอดทิ้งและป่วยอยู่ รู้สึกสงสารจึงพามาหาหมอ แต่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะให้นอนโรงพยาบาลเอกชนจึงพาคนไข้กลับเพื่อไปหาโรงพยาบาลรัฐรักษาต่อ ต่อมาในวันที่ 29 กันยายน พบหลักฐาน นางพรชนก แต่งกายอำพรางตัวและท่าทางดูมีพิรุธ ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มถึง 14 ครั้ง รวมเป็นเงิน 700,000 บาท โดยใช้บัตรของนายโยชิโนริ วันที่ 4 ตุลาคม ลูกศิษย์ของนายโยชิโนริเห็นว่าครูหายไปนานจึงไปหาครูที่ห้องพัก ย่านห้วยขวางแต่กลับไม่พบใคร

ข่าวย้อนเวลา ในวันที่ 5 ตุลาคม นายเทะซึโอะ ลูกชายของนายโยชิโนริ พยายามติดต่อหาพ่อของตน เพราะตลอดระยะเวลาที่พ่อของตนมาเป็นครูสอนที่ไทยเขาและพ่อติดต่อกันผ่านอีเมล์โดยตลอด และพ่อเคยเขียนเล่าให้ฟังตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ว่า กำลังคบหาดูใจกับหญิงชาวไทยชื่อ เพ็ญศรี (ชื่อเก่านางพรชนก) พร้อมทั้งทิ้งเบอร์ของตนและเบอร์ของเพ็ญศรีให้ไว้ พอนายเทะซึโอะได้โทรหาพ่อ แต่คนที่รับสายกลับเป็น นางพรชนก เธอแจ้งว่าพ่อของเขาเป็นโรคหัวใจและบ่ายเบี่ยงไม่ให้นายเทะซึโอะคุยกับพ่อ จึงทำให้นายเทะซึโอะเกิดความสงสัยขึ้นมา และในวันที่ 13 ตุลาคม ลูกชายบินมาที่ประเทศไทยเพื่อมาตามหานายโยชิโนริ ตามที่อยู่ห้องพักย่านห้วยขวางที่พ่อเคยไว้ แต่ก็ไม่พบร่อยรอยใดๆเลย วันที่ 14 ตุลาคม นายเทะซึโอะจึงไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เรื่องที่ผู้เป็นพ่อหายตัวไปและมีความสงสัยหญิงไทยคนหนึ่ง เพราะเห็นว่าเอทีเอ็มของพ่อถูกกดเงินไปรวม 700,000 บาท ทางตำรวจรับเรื่องและสืบจนเห็นว่าคนที่กดเงินคือ นางพรชนก เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่พักย่านห้วยขวาง พบกับ นางพรชนก แต่งกายอำพาง สวมวิก กำลังเก็บของอยู่ในห้องพักของนายโยชิโนริ เจ้าหน้าที่จึงเชิญไปสอบสวนก่อนที่ได้รับการประกันตัวไปในวงเงิน 100,000 บาท

จาก ข่าวดังในอดีต ในวันที่ 17 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนางพรชนกกลับมาให้ปากคำอีกครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ วันรุ่งขึ้นตำรวจจึงไปตรวจสอบบ้านพักของนางพรชนกที่ย่านบางพลี แต่ไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายโยชิโนริ ยกเว้นกลิ่นเหม็นจึงให้สั่งตรวจสอบ ชาวบ้านแถวนั่นให้การว่า จะเห็นนางพรชนกกับนายโยชิโนริอยู่ด้วยกันบ้าง แต่ช่วงเวลา 5 ทุ่มถึง ตี 4 ในบางวัน จะพบ นายสมชาย แก้วบางยาง ขับรถแท็กซี่สีฟ้ามาหาอยู่บ่อยๆ คาดว่าเป็นสามีชาวไทย วันที่ 20 ตุลาคม เวลา 09.00 น. ทางตำรวจได้ไปตรวจสอบที่บ้านลูกสาวของนางพรชนก แต่ไม่พบและลูกสาวกล่าวว่าแม่ไม่ได้กลับมาบ้านนานแล้ว เวลา 13.00 น. นายเทะซึโอะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพ่อทำประกันชีวิตที่ไทยไว้ แต่พ่อไม่เคยทำ 17.00 น. พบแท็กซี่ของนายสมหมาย จอดอยู่ที่จ.อ่างทอง และนายสมหมายกับนางพรชนกจึงถูกคุมตัวไปสอบสวน 

สารภาพหั่นศพญี่ปุ่น แยกส่วนทิ้งคลอง ข่าวดังในอดีต 

ข่าวย้อนเวลา วันที่ 21 ตุลาคม 2557 ย้อนรอยคดีดังในอดีตนางพรชนกและนายสมชาย ถูกควบคุมตัวเข้ารับการสอบส่วนคดีการหายตัวไปของครูชาวญี่ปุ่น ในตอนแรกยังให้การปฏิเสธและต่อมานายสมชายสารภาพว่าเป็นคนหั่นศพครูชาวญี่ปุ่นคนนี้แล้วบรรจุถุงทรายทิ้งไว้หลังคลองเอแบคเพียงผู้เดียว ส่วนนางพรชนกสารภาพว่าตนนัดนายโยชิโนริมาเพื่อคุยเรื่องความสัมพันธ์แต่จู่ๆ นายโยชิโนริก็ช็อกหมดสติไป ตนและนายสมชายกลัวความผิดจึงทำการฆ่าและหั่นศพก่อนนำไปทิ้ง ทางตำรวจได้ดำน้ำหาชิ้นส่วนศพตามที่ทั้งสองคนสารภาพและพบเพียง 2 ใน 4 ถุงที่คาดว่าเป็นชิ้นส่วนของนายโยชิโนริ

ย้อนรอยคดีดังในอดีต จากคำสารภาพของทั้งคู่ลูกชายของนายโยชิโนริไม่เชื่อทั้งหมด แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ทั้งนางพรชนกและนายสมชายก็ถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย นี่เป็นข่าวดังในอดีตที่เรียกว่าเสียหายต่อประเทศชาติมากจนช่วงนั่นชาวญี่ปุ่นไม่กล้ามาไทย 

 

 

สมัครบาคาร่า